Friday, Nov. 15, 2019

ดงพญาเย็น- เขาใหญ่

Written By:

|

2014-08-12

|

Posted In:

ดงพญาเย็น- เขาใหญ่

ดงพญาเย็น- เขาใหญ่
คุณธนพล สารนาค ข้าราชการบำนาญของกรมป่าไม้ ที่ทำงานอนุรักษ์ป่ามาอย่างยาวนาน…จนทุกวันนี้ และเป็นนักวิชาการป่าไม้ไม่กี่คนที่สนใจประวัติศาสตร์การป่าไม้ไทย ท่านได้บันทึกเกี่ยวกับดงพญาไฟ ไว้ในหนังสือ “กำเนิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่”

ว่า……ในอดีตมีป่าดงดิบกว้างใหญ่ ที่กั้นกลางระหว่างภาคกลางกับภาคอีสาน ซึ่งเต็มไปด้วยภยันตรายทั้งจากสัตว์ป่า ไข้ป่า ภูตผีปีศาจ อาถรรพณ์ลึกลับ และเป็นที่เล่าขานถึงความน่าเกรงขาม การเดินผ่านจากภาคกลางไปยังภาคอีสานยากลำบาก หลายคนต้องเสียชีวิตด้วยไข้ป่า หรือสัตว์ป่า ผู้คนจึงขนานนามป่าแห่งนี้ว่า ดงพญาไฟ ซึ่งถูกกล่าวขานครั้งแรก โดยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงดำริว่า ไม่ควรเรียกดงพญาไฟ เพราะทำให้คนครั่นคร้าม……วันที่ 21 ธันวาคม 2443 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการเดินรถไฟ สายกรุงเทพ – นครราชสีมา ขณะที่เสด็จกลับทางรถไฟผ่านดงพญาไฟ ทรงรับสั่งว่าป่าชื่อฟังดูน่ากลัว จึงตรัสว่า“ให้เปลี่ยนชื่อดงพญาไฟเป็นดงพญาเย็น เพื่อความเป็นสิริมงคล และความร่มเย็นเป็นสุขอาณาประชาราษฎร์”
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ไว้ว่า
“…ดงพญาไฟ เป็นช่องทางสำหรับข้ามไปมา ระหว่างเมืองสระบุรีกับมณฑลนครราชสีมาแต่โบราณ ไปได้แต่เดินเท้า จะใช้ล้อเกวียนหาได้ไม่ ด้วยทางต้องเดินตามสันเขาบ้าง ตามไหล่เขาบ้าง คนเดินตามปกตินั้น ตั้งแต่ตำบลแก่งคอย ต้องค้างคืนในป่านี้ถึง ๒ คืน ถึงจะพ้น…”

ส่วนป่าเขาใหญ่นั้น คุณธนพลได้บันทึกไว้ว่า
“…พ.ศ. ๒๔๖๕ ราษฎรบ้านท่าชัย และบ้านท่าด่าน อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้อพยพขึ้นไปถางบุกเบิกพื้นที่ทำกินบนเขาใหญ่ อันเป็นทำเลที่ดี มีน้ำอุดมสมบูรณ์ เพื่อทำไร่พริก และไม้ผล ยิ่งเวลาผ่านไป ชาวบ้านได้ไปชวนญาติพี่น้อง และมีชาวบ้านจากจังหวัดอื่น ขึ้นไปถางป่าบุกเบิกพื้นที่ทำกิน และสร้างบ้านเรือนมากขึ้น จนกลายเป็นหมู่บ้าน ทางราชการได้ยกเป็นตำบลเขาใหญ่ ขึ้นกับอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก
พ.ศ. ๒๔๗๕ ด้วยเหตุที่ตำบลเขาใหญ่อยู่กลางป่า จึงกลายเป็นที่ซ่องสุมโจรผู้ร้าย จังหวัดนครยายกได้ให้ “ปลัดจ่าง” (นายจ่าง นิสัยสัตย์) ขึ้นไปกวาดล้างโจรบนเขาใหญ่ได้สำเร็จ หลังจากนั้น ทางจังหวัดเห็นว่าหากปล่อยให้มีหมู่บ้านต่อไปก็จะกลายเป็นชุมโจรอีก จึงสั่งให้อพยพชาวบ้านลงมายังพื้นล่าง แล้วยกเลิกตำบลเขาใหญ่ ปล่อยให้พื้นที่ทำกินบนเขาใหญ่รกร้าง กลายเป็นทุ่งหญ้าคา…”
ผู้เขียนเรื่องนี้ ได้ไปสอบถามพูดคุยกับชาวบ้านชายเขาใหญ่ ทราบว่าผู้คนที่อพยพลงจากเขาใหญ่มาคราวนั้น กระจายกันลงตามเส้นทางที่ขึ้นไป สายนครนายกก็ลงไปอยู่ทางนครนายก ทางปราจีนก็กลับบ้านตนเอง สำหรับกลุ่มที่ขึ้นจากฝั่งดงพญาเย็น ด้านอำเภอปากช่อง พอลงมาแล้วก็มาปักหลักที่ตีนเขา เพราะเป็นพื้นที่ราบ สภาพเป็นป่าดงป่าดำ จึงหักร้างถางพงเป็นที่ทำกินต่อไป
ในระยะนั้น ประเทศไทยได้นำวัตถุมีพิษร้าย เข้ามาใช้ปราบยุง อันเป็นตัวการของไข้ป่า มีการพ่นยาพิษนี้ตามบ้านช่องห้องหอ ทุกบ้านในป่าดง ไม่มีเว้น (จนมารู้จักฤทธิ์ของพิษร้ายนี้ เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ซึ่งเลิกใช้กันไปแล้วทั้งโลก สารพิษร้ายแรงที่ว่านั้นคือ ดีดีที DDT)
ป่าดิบดงดำ บนพื้นที่ราบดงพญาเย็น ซึ่งมีน้ำท่าบริบูรณ์ สัตว์ป่ามากมี โดยมีดีดีทีเข้ามาร่วมนี่เอง เป็นตัวดึงดูดผู้คนจากทุกที่ ที่รู้ข่าวความสมบูรณ์ของป่าพญาเย็นนี้ ทั้งที่อยู่ใกล้อย่างสระบุรี รองลงมาก็ นครราชสีมา อยุธยา และพวกที่ไกลออกไป อย่างนายฮ้อยจากอีสาน ซึ่งเคยต้อนวัวลงมาขายที่ตลาดใหญ่คือที่จังหวัดสระบุรี ต่างก็ทยอยมาจับจอง
เริ่มจากล้มป่า เปิดพื้นที่ปลูกข้าวไร่ แต่ก็ปลูกได้แค่ปีเดียว เพราะปีต่อมาข้าวจะสู้หญ้าคาไม่ไหว จึงปลูกข้าวโพด หรือละหุ่ง หรือพริก ส่วนที่ปลูกข้าวก็ต้องถางป่าใหม่เรื่อยไป ดังคำว่า “หักร้างถางพง” หรือ “ขุด โค่น ก่นสร้าง” นั้น
ผู้คนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เศรษฐีในตลาดปากช่องก็สะสมทรัพย์โดยไล่ซื้อที่ รุกเข้าในดง ส่วนคนในดง ก็ถอยร่น ถางที่ใหม่เรื่อยไป หลายรายโดนเจ้าหนี้ยึดที่ ก็ยิ่งช่วยกันรุกเข้าไปในดงอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านชายเขาแห่งนี้ มีคำพูดกันว่า “เจ๊กไล่ไทย ไทยไล่ลาว ลาวไล่ลิง”
ไม้ใหญ่ต้นยักษ์ถูกโค่นลง เผาทิ้งเผาขว้างเป็นขี้เถ้าไป ยกเว้นก็แต่ไม้ดี ๆ มีราคา ที่เอามาสร้างบ้านได้ จึงเลื่อยแปรรูป อย่างมะค่า ตะเคียนหนู ตะเคียนทอง ตะแบก
เมื่อราวปี 2510 ขึ้นไปนั้น ชาวบ้านคนเก่าคนแก่ในตำบลหมูสี เล่าถึงความอุดมสมบูรณ์ดิบดำของป่าพญาเย็นตรงนี้ว่า
…ถ้าคนตำบลหมูสี ไปปากช่อง ต้องใช้เวลา 1 คืน นั่งเกวียนบรรทุกของไปหน่อย อย่างข้าวโพดสองกระสอบ ขายแล้วได้เงินมา ของกินซื้อแต่เกลือ เพราะอาหารการกินนั้นมีอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อหา
ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่นี้ คงจะยังมีต่อไปอีกนาน อย่างน้อยก็ชื่อของหมู่บ้านชายเขาใหญ่ ที่กำลังจะกลายเป็นเมือง ซึ่งล้วนบอกถึงดินดีน้ำดีทั้งนั้น อย่าง
บ้านท่ามะปราง ท่าช้าง คลองเดื่อ คลองดินดำ คลองสะท้อน คลองปูน คลองเสือ คลองเพล วังประดู่ บุ่งเตย ธารชุมพร เกาะแก้ว หมูสี เหวปลากั้ง หนองจอก วังหมี หนองคุ้ม ท่าวังไทร สระน้ำใส คลองสะท้อน หนองซ่อม โป่งตาลอง…เป็นต้น
พื้นที่ดงพญาเย็น- เขาใหญ่นั้น ไม่มีชื่อบ้านที่บ่งบอกถึงความแห้งแล้งเลยสักหมู่เดียว
                                                                                                                                                                                                                                                                                                              อำนวย อินทรักษ์

Share This Article

Related News

เอกสารภาพไลเคนเขาใหญ่
นกเงือกผู้ช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์
ตะกอง.. เอกลักษณ์แห่งลำตะคอง

About Author

admin